ไก่ชนคมพยัคฆ์ ศูนย์รวมข้อมูลไก่ชน ครบ จบ ในที่เดียว · โปรแกรมสนามแข่ง · ผลไก่ชน · ถ่ายทอดสด 24 ชม.

ราคาต่อรองไก่ชน อ่านยังไง ตาราง 10-8 10-9 พร้อมตัวอย่างคำนวณ

ราคาต่อรองไก่ชน เป็นสิ่งแรกที่คนใหม่ต้องเข้าใจ เพราะเป็นภาษาที่ใช้สื่อสารกันทั้งวงการ และเป็นตัวเลขที่บอกว่าตลาดประเมินคู่นั้นอย่างไร ข่าวดีคือระบบราคาไทยเข้าใจไม่ยากเลยเมื่อรู้หลักสามข้อ บทความนี้อธิบายตั้งแต่ความหมายของตัวเลข วิธีคำนวณกำไรทั้งสองฝั่ง จุดคุ้มทุนที่ต้องรู้ ไปจนถึงข้อผิดพลาดที่มือใหม่ทำบ่อยที่สุด

สรุปสั้น: ราคาไก่ชนเขียนเป็น 10-X โดย 10 คือฝั่งต่อและ X คือฝั่งรอง ถ้าลงฝั่งต่อ S บาทแล้วชนะ จะได้กำไร S คูณ X หารสิบ ถ้าลงฝั่งรอง S บาทแล้วชนะ จะได้กำไร S คูณสิบหาร X ทั้งสองฝั่งถ้าแพ้เสียเท่ากับเงินที่ลง ราคา 10-8 จึงหมายถึงต่อลงพันได้กำไรแปดร้อย รองลงพันได้กำไรหนึ่งพันสองร้อยห้าสิบ

ตัวเลขในราคาหมายถึงอะไร

ราคาไก่ชนแบบไทยเขียนในรูป 10-X เสมอ ตัวเลขสิบด้านหน้าคือฝั่งที่ตลาดมองว่าได้เปรียบ เรียกว่าฝั่งต่อ ส่วนตัวเลข X ด้านหลังคือฝั่งที่มองว่าเสียเปรียบ เรียกว่าฝั่งรอง ยิ่ง X น้อยเท่าไหร่ แปลว่าตลาดมองว่าห่างกันมากเท่านั้น

สิ่งที่ต้องเข้าใจเพิ่มคือระบบไทยคิดส่วนแบ่งของเจ้ามือไว้ในตัวราคาเรียบร้อยแล้ว ไม่ได้หักซ้ำอีกทีตอนจ่าย ฉะนั้นเมื่อคำนวณกำไรตามสูตร ตัวเลขที่ได้คือเงินที่จะได้จริง ไม่ต้องหักอะไรออกอีก จุดนี้ต่างจากบางระบบต่างประเทศที่แสดงราคาแล้วหักค่าธรรมเนียมทีหลัง

สูตรคำนวณทั้งสองฝั่ง

ลงฝั่งต่อ เงิน S ที่ราคา 10-X → ชนะได้กำไร S x (X / 10) · แพ้เสีย S
ลงฝั่งรอง เงิน S ที่ราคา 10-X → ชนะได้กำไร S x (10 / X) · แพ้เสีย S

ลองแทนตัวเลขจริงเพื่อให้เห็นภาพ สมมติราคา 10-8 และลงเงิน 1,000 บาท ถ้าลงฝั่งต่อและชนะ จะได้กำไร 1,000 คูณ 8 หาร 10 เท่ากับ 800 บาท รวมได้เงินคืน 1,800 บาท ถ้าลงฝั่งรองและชนะ จะได้กำไร 1,000 คูณ 10 หาร 8 เท่ากับ 1,250 บาท รวมได้เงินคืน 2,250 บาท ส่วนถ้าแพ้ ทั้งสองฝั่งเสียเท่ากันคือ 1,000 บาท

ตารางราคามาตรฐาน 10 ระดับ

ราคา ต่อ ลง 1,000 ได้กำไร รอง ลง 1,000 ได้กำไร ต่อต้องชนะกี่ครั้งจาก 10
10-9.5 950 1,053 5.1
10-9 900 1,111 5.3
10-8.5 850 1,176 5.4
10-8 800 1,250 5.6
10-7.5 750 1,333 5.7
10-7 700 1,429 5.9
10-6 600 1,667 6.3
10-5 500 2,000 6.7
10-4 400 2,500 7.1
10-3 300 3,333 7.7

คอลัมน์ขวาสุดคือข้อมูลที่มีประโยชน์ที่สุดแต่คนดูน้อยที่สุด มันบอกว่าถ้าลงฝั่งต่อที่ราคานั้น ต้องชนะกี่ครั้งจากสิบครั้งจึงจะเท่าทุนพอดี ตัวอย่างเช่นที่ราคา 10-5 ต้องชนะเกือบเจ็ดจากสิบครั้ง ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าที่คนทั่วไปทำได้ นี่คือเหตุผลที่การไล่ลงฝั่งต่อในคู่ที่ราคาห่างมากมักไม่คุ้มในระยะยาว

จุดคุ้มทุนคำนวณอย่างไร

วิธีคิดง่ายที่สุดคือแปลงเป็นค่าทศนิยมก่อน โดยค่าทศนิยมเท่ากับหนึ่งบวกกำไรต่อหนึ่งหน่วยที่ลง จากนั้นจุดคุ้มทุนคือหนึ่งหารด้วยค่าทศนิยมนั้น

ยกตัวอย่างราคา 10-8 ฝั่งต่อ กำไรต่อหนึ่งหน่วยคือ 0.8 ค่าทศนิยมจึงเท่ากับ 1.8 จุดคุ้มทุนคือ 1 หาร 1.8 เท่ากับประมาณ 0.556 หรือ 55.6% แปลว่าต้องชนะประมาณ 5.6 ครั้งจาก 10 ครั้งจึงเท่าทุน ส่วนฝั่งรองที่ราคาเดียวกัน กำไรต่อหน่วยคือ 1.25 ค่าทศนิยมคือ 2.25 จุดคุ้มทุนคือ 1 หาร 2.25 เท่ากับประมาณ 0.444 หรือ 44.4%

เมื่อบวกจุดคุ้มทุนของสองฝั่งเข้าด้วยกันจะได้ประมาณ 100% เศษ ส่วนที่เกินร้อยคือส่วนแบ่งของเจ้ามือที่ฝังอยู่ในราคา ตัวเลขนี้แหละคือค่าน้ำที่คนพูดถึงกัน อธิบายละเอียดใน บทความค่าน้ำไก่ชน

ราคาไหลคืออะไร และบอกอะไรได้บ้าง

ราคาไหลคือการที่ราคาขยับระหว่างช่วงก่อนชนหรือระหว่างยก สาเหตุคือยอดเงินที่เข้าแต่ละฝั่งไม่เท่ากัน ระบบจึงปรับราคาเพื่อดึงให้สมดุล ราคาที่ขยับจึงเป็นข้อมูลว่าคนส่วนใหญ่กำลังเทน้ำหนักไปทางไหน

สิ่งที่ต้องระวังคือการตีความราคาไหลว่าเป็นสัญญาณว่าฝั่งนั้นจะชนะ ซึ่งไม่จริงเสมอไป ราคาไหลบอกแค่ว่าเงินไหลไปทางไหน ไม่ได้บอกว่าใครจะชนะ และในหลายกรณีราคาไหลเกิดจากคนกลุ่มใหญ่ที่ตัดสินใจตามอารมณ์เหมือนกัน หลักการอ่านราคาไหลแบบไม่ไล่ราคาอธิบายไว้ใน เทคนิคอ่านราคาไหลไก่ชน

ข้อผิดพลาดที่มือใหม่ทำบ่อย

  • คิดว่าฝั่งต่อคือฝั่งที่ต้องชนะแน่นอน ราคาบอกแค่ว่าตลาดประเมินอย่างไร ไม่ใช่คำทำนาย และตลาดก็ประเมินผิดได้บ่อย
  • หักค่าน้ำซ้ำจากตัวเลขที่คำนวณได้ ระบบไทยคิดส่วนแบ่งไว้ในราคาแล้ว การหักซ้ำทำให้คำนวณกำไรผิด
  • ไล่ลงฝั่งต่อในคู่ที่ราคาห่างมาก เพราะรู้สึกว่าปลอดภัย ทั้งที่ต้องชนะในอัตราที่สูงมากจึงจะคุ้ม
  • เปลี่ยนฝั่งกลางคันเพราะเห็นราคาไหล ซึ่งมักจบด้วยการเสียทั้งสองทาง
  • ไม่เทียบราคากับเว็บอื่นก่อนลงบิลใหญ่ ส่วนต่างครึ่งหน่วยดูน้อย แต่สะสมเป็นเงินจริง ดูตัวเลขได้ที่ บทความสมัครไก่ชนหลายเว็บ

ฝึกอ่านราคาอย่างไรให้เร็ว

วิธีที่ได้ผลที่สุดไม่ใช่การท่องตาราง แต่คือการจดคู่จริงทุกวันเป็นเวลาสองสัปดาห์ โดยจดสี่คอลัมน์คือราคาเปิด ราคาก่อนชน ฝั่งที่ชนะ และเหตุผลที่คุณคิดว่าคู่นั้นควรออกทางไหน

เมื่อครบสองสัปดาห์จะเริ่มเห็นรูปแบบ เช่นราคาช่วงไหนที่ผลออกตรงกับที่ตลาดประเมินบ่อย และราคาช่วงไหนที่ตลาดมักประเมินพลาด ข้อมูลชุดนี้มีค่ากว่าสูตรสำเร็จใด ๆ เพราะมาจากสนามที่คุณดูจริง เริ่มต้นได้จาก โปรแกรมไก่ชนวันนี้ และตรวจผลย้อนหลังที่ ผลไก่ชนย้อนหลัง พร้อมดูสถิติที่ สถิติไก่ชนชนะบ่อย

ราคาไก่ชนต่างจากราคาฟุตบอลอย่างไร

คนที่เคยดูราคาฟุตบอลมาก่อนมักสับสนตอนเริ่มดูราคาไก่ชน เพราะสองระบบเขียนคนละแบบและมีตรรกะต่างกันในบางจุด

หัวข้อ ราคาไก่ชนแบบไทย ราคาฟุตบอลแบบทั่วไป
รูปแบบการเขียน 10-X เช่น 10-8 ค่าน้ำบวกลบ หรือค่าทศนิยม
มีลูกต่อไหม ไม่มี ใช้ราคาต่อรองอย่างเดียว มีทั้งลูกต่อและค่าน้ำ
ผลเสมอ เกิดได้ และมักคืนบิลตามเงื่อนไข เป็นผลลัพธ์หนึ่งที่เดิมพันได้
ส่วนแบ่งเจ้ามือ ฝังในราคา ไม่หักซ้ำ ฝังในค่าน้ำ แนวคิดใกล้เคียงกัน
ความเร็วของการเปลี่ยนราคา เร็วมากช่วงก่อนชนและระหว่างยก ค่อยเป็นค่อยไปกว่า

ข้อที่ต่างมากที่สุดคือความเร็วของการเปลี่ยนราคา คู่ไก่ชนหนึ่งคู่ใช้เวลาไม่นาน และราคาสามารถขยับหลายครั้งภายในไม่กี่นาที ทำให้คนที่ชินกับจังหวะของกีฬาอื่นมักตัดสินใจไม่ทันในช่วงแรก วิธีแก้คือตั้งเกณฑ์ราคาที่ยอมรับได้ไว้ล่วงหน้าก่อนคู่เริ่ม แทนการตัดสินใจตอนเห็นราคาขยับ

ตัวอย่างการอ่านราคาแบบครบวงจร

สมมติคู่หนึ่งเปิดราคา 10-9 ตอนเช้า แล้วขยับเป็น 10-8 ก่อนคู่เริ่มหนึ่งชั่วโมง สิ่งที่อ่านได้จากข้อมูลนี้มีหลายชั้น

ชั้นแรกคือเงินไหลเข้าฝั่งต่อมากขึ้น ระบบจึงลดผลตอบแทนของฝั่งต่อลงจาก 900 เหลือ 800 บาทต่อพัน เพื่อดึงให้คนหันไปลงฝั่งรองมากขึ้น ชั้นที่สองคือจุดคุ้มทุนของฝั่งต่อขยับจาก 5.3 เป็น 5.6 ครั้งจากสิบ แปลว่าการลงฝั่งต่อตอนนี้เรียกร้องความแม่นยำสูงขึ้นกว่าตอนเช้า

ชั้นที่สามคือคำถามที่สำคัญที่สุด คือมีข้อมูลใหม่อะไรเกิดขึ้นระหว่างนั้นหรือไม่ เช่นมีการเปลี่ยนตัวไก่ สภาพอากาศเปลี่ยน หรือเป็นเพียงเงินที่ไหลตามกระแสความคิดเห็น ถ้าเป็นอย่างหลัง ราคาที่ขยับอาจเป็นโอกาสของฝั่งรองมากกว่าเป็นสัญญาณเตือน การแยกสองกรณีนี้ออกจากกันคือทักษะที่ต้องฝึกจากการดูคู่จริงจำนวนมาก อ่านต่อได้ที่ บทความวิเคราะห์คู่ชน และ บทความเรื่องสูตรแทงไก่ชน

คำถามที่พบบ่อย

ราคาไก่ชน 10-8 หมายถึงอะไร

หมายถึงฝั่งต่อกับฝั่งรองที่อัตรา 10 ต่อ 8 ถ้าลงฝั่งต่อ 1,000 บาทแล้วชนะจะได้กำไร 800 บาท ถ้าลงฝั่งรอง 1,000 บาทแล้วชนะจะได้กำไร 1,250 บาท ทั้งสองฝั่งถ้าแพ้เสีย 1,000 บาทเท่ากัน

ฝั่งต่อกับฝั่งรองต่างกันอย่างไร

ฝั่งต่อคือฝั่งที่ตลาดมองว่าได้เปรียบ จึงได้กำไรน้อยกว่าเมื่อชนะ ส่วนฝั่งรองคือฝั่งที่มองว่าเสียเปรียบ จึงได้กำไรมากกว่าเมื่อชนะ ตัวเลขหลังขีดยิ่งน้อยแปลว่าตลาดมองว่าห่างกันมาก

ต้องหักค่าน้ำจากกำไรที่คำนวณได้ไหม

ไม่ต้อง ระบบราคาไทยคิดส่วนแบ่งของเจ้ามือไว้ในตัวราคาเรียบร้อยแล้ว ตัวเลขที่คำนวณได้จากสูตรคือเงินที่ได้จริง การหักซ้ำจะทำให้ประเมินผิด

จุดคุ้มทุนของราคาคำนวณอย่างไร

แปลงเป็นค่าทศนิยมก่อน โดยค่าทศนิยมเท่ากับหนึ่งบวกกำไรต่อหน่วย จากนั้นจุดคุ้มทุนคือหนึ่งหารด้วยค่าทศนิยม เช่นราคา 10-8 ฝั่งต่อมีค่าทศนิยม 1.8 จุดคุ้มทุนจึงเท่ากับประมาณ 55.6%

ราคาไหลบอกว่าฝั่งไหนจะชนะได้ไหม

ไม่ได้ ราคาไหลบอกเพียงว่าเงินกำลังไหลไปทางไหน ซึ่งสะท้อนความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่ ไม่ใช่ผลที่จะเกิดขึ้น หลายครั้งราคาไหลเกิดจากการตัดสินใจตามอารมณ์ของคนกลุ่มใหญ่

ราคาห่างมากอย่าง 10-3 ควรลงฝั่งไหน

ควรระวังทั้งสองฝั่ง เพราะฝั่งต่อต้องชนะเกือบ 7.7 จาก 10 ครั้งจึงเท่าทุน ส่วนฝั่งรองแม้จ่ายสูงแต่โอกาสชนะต่ำตามที่ตลาดประเมิน คู่ที่ราคาอยู่ช่วง 10-8 ถึง 10-9 มักให้ข้อมูลที่อ่านง่ายกว่า

สรุป

การอ่านราคาต่อรองไก่ชนไม่ยาก เพียงจำสูตรสองบรรทัดคือฝั่งต่อได้กำไร S คูณ X หารสิบ และฝั่งรองได้กำไร S คูณสิบหาร X แล้วอย่าหักค่าน้ำซ้ำ สิ่งที่ยกระดับจากการอ่านออกไปสู่การใช้ได้จริงคือจุดคุ้มทุน ซึ่งบอกว่าต้องชนะกี่ครั้งจากสิบจึงจะไม่ขาดทุน เมื่อรู้ตัวเลขนี้จะเห็นทันทีว่าคู่ที่ราคาห่างมากนั้นเรียกร้องอัตราชนะสูงเกินกว่าที่คนทั่วไปทำได้ ฝึกจดคู่จริงสองสัปดาห์แล้วเทียบกับ ผลย้อนหลัง จะเห็นภาพชัดขึ้นมาก ดูข้อมูลรวมที่ หน้าหลักไก่ชนคมพยัคฆ์

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ สำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป การเดิมพันมีความเสี่ยง โปรดกำหนดงบประมาณที่รับความสูญเสียได้